วันจันทร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2554

Nikon Day 2011


Nikon Day 2011 ครั้งที่ 14


                                                         Feb 17-20, 2011 Siam Paragon

วันศุกร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2553

มหัศจรรย์งานศิลป์ ดินแดนแห่งความสุข “วังน้ำเขียวฟลอร่าแฟนตาเซีย”

มหัศจรรย์งานศิลป์ ดินแดนแห่งความสุข “วังน้ำเขียวฟลอร่าแฟนตาเซีย”


20 ธันวาคม 2553 – 28 กุมภาพันธ์ 2554

ณ บริเวณแยกวัดโพธิ์เฉลิมพระเกียรติ

อำเภอวังน้ำเขียว นครราชสีมา



สมาคม พืชสวนแห่งประเทศไทย ร่วมกับ หน่วยงานภาครัฐและเอกชน สนับสนุนการประชาสัมพันธ์โดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)สำนักงานนครราชสีมา จัดงานสีสันแห่งความสุข “Wangnamkeaw Flora Fantasia” วังน้ำเขียว ฟลอร่าแฟนตาเซีย มหัศจรรย์งานศิลป์ ดินแดนแห่งความสุข ในระหว่างวันที่ 20 ธันวาคม 2553 – 28 กุมภาพันธ์ 2554 ณ บริเวณแยกวัดโพธิ์เฉลิมพระเกียรติ(ทางหลวงหมายเลข 3052 วังน้ำเขียว – เขาแผงม้า กิโลเมตรที่ 9) ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา



นายอรรถพล วรรณกิจ ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานนครราชสีมา เปิดเผยว่า สำหรับพื้นที่อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม อากาศที่สุดบริสุทธิ์ เป็นที่กล่าวขานของสุขภาพนิยม กับอีกหนึ่งสีสันของเทศกาลความสุขที่เกิดขึ้น ตลอด 3 เดือนในช่วงฤดูหนาว ในวันที่ฟ้าสดใส อากาศที่เย็นสบาย เราขอนำเสนอเทศกาล ที่น่าสนใจและถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ควรค่าแก่การเดินทางท่องเที่ยวยิ่ง นัก…”วังน้ำเขียว ฟลอร่าแฟนตาเซีย” มหัศจรรย์งานศิลป์ ดินแดนแห่งความสุข

เริ่ม ต้นด้วยการเนรมิตศิลปะกลางหุบเขา ให้เป็นสวนจิตรกรรมธรรมชาติท่ามกลางขุนเขาและสายหมอก มหกรรมการแสดงดอกไม้คู่กับงานศิลปะที่งดงามไม่แพ้มหกรรมดอกไม้ใดๆ ที่จัดขึ้นในโลกนี้ สุดยอดความสวยงามของมวลดอกไม้หลากหลายบนเนื้อที่กว่า 60 ไร่ สวนจิตรกรรมธรรมชาติเทคนิค Vertical Garden โดยร่วมกับศิลปินชั้นนำ จำลองภาพอลังการดุจภาพวาดจากปลายพู่กันและถังสีขนาดยักษ์ ด้วยเขาวงกตดอกไม้กว่า 200,000 กระถาง ดอกไม้ปลูกและหว่านกว่าล้านเมล็ด จุดชมวิวและถ่ายภาพมุมสูง และที่สำคัญรายได้จากบัตรเข้าชมหลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้ว ร่วมสร้างอาคารภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 8 สภากาชาดไทย



สอบถามเพิ่มเติมและซื้อบัตรได้ที่

- ช่องทางการจำหน่ายบัตรจองบัตรได้ที่เคาน์เตอร์เซอร์วิส และเซเว่นอีเลฟเว่น ทุกสาขา,ไทยทิคเก็ตเมเจอร์,จุดจำหน่ายบัตร (TTM Outlet) 13 แห่ง ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ,โรงภาพยนตร์เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ และอีจีวีเว็บไซต์ www.thaiticketmajor.com TTM Call Center 0-2262-3456

-ไปรษณีย์ไทย ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล/

- Call Center วังน้ำเขียว ฟลอร่า แฟนตาเซีย โทร. 08-2134-4797, 08-2134-4135, 0-2187-0295 – 6 www.wangnamkeawflora.com

-ททท.สำนักงานนครราชสีมา โทรศัพท์ 0-4421-3666 / 0-4421-3030 www.tourismthailand.org/nakhonratchasima

E – Mail : tatsima@tat.or.th



ข้อมูลเพิ่มเติม www.wangnamkeawflora.com

พื้นที่นี้..ดีจัง ณ แพร่งภูธร

แผน งานสื่อสร้างสุขภาวะเยาวชน (สสย.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จับมือกับชุมชนแพร่งภูธร กลุ่มรักยิ้ม กลุ่มดินสอสี และภาคีพื้นที่สร้าง สรรค์ทั่วไทย จัดงานมหกรรมพื้นที่สร้างสรรค์ "พื้นที่นี้..ดีจัง ณ แพร่งภูธร" เสาร์-อาทิตย์ที่ 18-19 ธันวาคมนี้ ให้เด็กๆ ครอบครัว และคนรุ่นใหม่ได้ไปอิ่มยิ้มกันที่ย่านสามแพร่ง




จาก ผลการวิจัยพบว่า เด็กวัย 12-19 ปี ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล สามารถเดินถึงร้านเหล้าได้ใน 7 นาที ไปร้านเกมและแหล่งพนันได้ภายใน 15 นาที เข้าถึงซีดีลามกและสถานบันเทิงได้ใน 30 นาที



"สสย.จึงร่วมกับภาคีเครือข่ายรณรงค์ให้เกิดพื้นที่ดี และ กิจกรรมสร้างสรรค์ ด้วยแนวคิด ′เล่น เรียนรู้ ริเริ่ม ร่วมทำ แบ่งปัน′ ภายใต้ชื่อปฏิบัติการ ′พื้นที่นี้..ดีจัง′ เพื่อ เป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนประเทศไทยให้น่าอยู่ จากพื้นที่สร้างสรรค์เล็กๆ ที่เด็กและเยาวชนเป็นเจ้าของ" เข็มพร วิรุณราพันธ์ ผู้จัดการ สสย. ชี้แจงวัตถุประสงค์โครงการ



ใน งานมหกรรมพื้นที่สร้างสรรค์ "พื้นที่นี้..ดีจัง ณ แพร่งภูธร" ครั้งนี้ เริ่มต้นเวลา 14.00 น. ด้วยกิจกรรม "เดินชุมชน เยือนสามแพร่ง" โดยมีเยาวชนแพร่งภูธรร่วมเป็นไกด์อาสาร่วมกับกลุ่มรักยิ้ม อาสาสมัครนักเรียนมัธยมโรงเรียนรอบๆ ย่านแพร่ง โดยมีวิทยากรจากชมรมสยามทัศน์ มาให้ความรู้ เล่าเรื่องราว ตำนาน ความเป็นมา พร้อมด้วยเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยสนุกสนานไม่รู้เบื่อ



"สาม แพร่ง" อยู่ใกล้เสาชิงช้า ติดกับคลองคูเมือง (คลองหลอด) แต่เดิมเคยเป็นที่ประทับของเจ้านายยุคกลางรัตนโกสินทร์ แพร่งแรกเรียกว่า แพร่งภูธร อดีตเป็นวังริมสะพานช้างโรงสีเหนือ ชาวบ้านเรียกสั้นๆ ว่าวังเหนือ ที่ประทับของ "พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นภูธเรศธำรงศักดิ์"



"แพร่ง นรา" เป็นเขตพระราชฐานเก่าของ "พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์" มีโรงละครปรีดาลัยตั้งอยู่ในตำหนัก ปัจจุบันเป็นอาคารโรงเรียนตะละภัฏศึกษาที่ปิดไปแล้ว แต่ตัวอาคารที่มีลวดลายฉลุงดงามนั้นยังคงอยู่ตามเดิม



"แพร่ง สรรพสาสตร์" เป็นที่ประทับของ "พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพ สาสตร์ศุภกิจ" ปัจจุบันยังเห็นซุ้มประตูวังนี้ได้ที่ริมถนนตะนาว บริเวณโดยรอบของสามแพร่งยังมีสถานที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น ศาลเจ้าพ่อเสือ วัดมหรรณพาราม ฯลฯ



นอก จากนี้ สามแพร่งยังถือว่าเป็นแหล่งของกินที่มีชื่อเสียงมายาวนาน เต็มไปด้วยร้านอาหาร ขนมต้นตำรับ สูตรลับทีเด็ด นับตั้งแต่ ร้านบะหมี่แพร่งภูธร ร้านก๋วย เตี๋ยวเนื้อกิมทอง เกาเหลาสมองหมูไทยทำ ร้านข้าวหมูแดงอุดมโภช นา ขนมเบื้องแพร่งนรา ร้านเดิมสูตรชาววัง สารพัดข้าวเหนียวมูนร้าน ก.พานิช ซ่าหริ่มเลิศรสร้านชูถิ่น ปาท่องโก๋เสวย ร้านไอศกรีมนัฐพร ถือเป็นเส้นทางอร่อยที่นักชิมยกนิ้วให้มาหลายชั่วคน



ใน เวลา 4 โมงเย็นแดดร่มลมตก ที่ลานภูธเรศ และถนนโดยรอบจะเนรมิตเป็นลานกิจกรรรมพื้นที่สร้างสรรค์ พบกับซุ้มกิจกรรม "พื้นที่นี้..ดีจัง ทั่วไทย" ให้เด็กๆ และผู้ใหญ่ใช้เวลาสานสัมพันธ์ครอบครัว แสดงออกซึ่งจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ ไปพร้อมๆ กับการเรียนรู้วิถีชุมชน ภูมิปัญญาพื้นบ้านครบทั้ง 4 ภาค



ภาค เหนือ เป็นซุ้มกิจกรรมธรรมชาติของเด็กๆ ปกาเกอญอจากป่าสนวัดจันทร์ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ชวนทำดอกไม้จากลูกและเปลือกสน สายสร้อยจากเมล็ดพันธุ์ เรียนรู้วิถีชนเผ่าที่ผูกพันแนบแน่นกับป่าเขา ภาคใต้เป็นการละเล่นพื้นบ้านสนุกๆ เดินทองโย่ง เดินกะลา กิจกรรมทำมือกับการร้อยลูกปัดโนราหลากสีสัน



ซุ้ม ธารศิลป์ถิ่นเพชรของกลุ่มลูกหว้าจากจ.เพชรบุรี เป็นกลุ่มนักเรียนที่เรียนรู้จากครูช่างสิบหมู่ของท้องถิ่น นำมาสร้างสรรค์เป็นกิจกรรมศิลปะแบบมีส่วนร่วมที่ให้ทั้งความเพลิดเพลิน ความรู้ และผลงานสวยงามติดไม้ติดมือกลับบ้านไป มีกิจกรรมที่น่าสนใจ สนุกได้ทั้งผู้ใหญ่และเด็ก คือ มหัศจรรย์พวงมโหตร ตอกกระดาษลาย 12 นักษัตร ใบตาลสานสนุก ลูกยอดหลากสี จิตรกรรมไทยบนแผ่นกระดาษ



ภาคอีสาน มีกลุ่มเยาวชนจากบ้านดงบัง จังหวัดมหาสารคาม นำฮูปแต้ม (ภาพผนังโบสถ์) เรื่องสินไซ มาให้เด็กๆ ตอกตัวหนัง ทำพวงกุญแจ



จาก ภูมิภาคมาถึงซุ้มของเด็กเมืองหลวง เริ่มจากตุ๊กตาต้นไม้ จากใจเยาวชนแพร่งภูธร กระเป๋าดินสอใส่รัก สมุดทำมือสื่อหัวใจ เข็มกลัดแบบเดียวในโลก โดยกลุ่มรักยิ้ม ที่โดดเด่นแปลกใหม่ไม่ธรรมดา ได้แก่ FOTOMO ถ่ายภาพกับโมเดลชุมชน



อาจารย์ กรินทร์ กลิ่นขจร เจ้าของไอเดียจากภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทค โนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาด กระบัง ให้รายละเอียดว่า โฟโตโม (Fotomo = Foto + Model) คือการทำแบบจำลองด้วยภาพถ่าย โดยเป็นการนำเอาภาพถ่ายของฉากในโลกความจริงมาตัด จัดวางและประกอบเข้าด้วยกันจนเกิดเป็นภาพตัดแปะสามมิติ



โดยเทคนิคนี้ คิมิโอะ อิโตซากิ (Kimio Itozaki) นัก ถ่ายภาพชาวญี่ปุ่นผู้มีมุมมองอันเป็นเอกลักษณ์ ว่าด้วยชีวิตและศิลปะเป็นผู้สร้างสรรค์ขึ้น เป็นส่วนหนึ่งของแบบฝึกหัดเพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ผ่านการสัมผัสชีวิต ผู้คนและสถาปัตยกรรมในย่านต่างๆ มองให้เห็นความคิดสร้างสรรค์ของผู้คนในชีวิตประจำวัน เก็บข้อมูล เรียนรู้ และถ่ายทอดออกมาให้ผู้คนเข้าใจได้



นอก จากกิจกรรมในซุ้มต่างๆ ยังมีการแสดงหรรษาสำหรับทุกวัย โดยวันเสาร์จะรวมการแสดงหุ่นเกือบทุกประเภทในเมืองไทยมาไว้ที่แพร่งภูธร ได้แก่ หุ่นมือของคณะแต้มฝัน หุ่นสายสื่อผสมเรื่อง วาวา เด็กหญิงเมล็ดข้าว โดยพระจันทร์เสี้ยวการละคร หุ่นคนโดยคณะแม่เพทายจากเพชรบุรี หุ่นละครเล็กคณะคำนาย บ้านศิลปินคลองบางหลวง และหุ่นเงาหนังบักตื้อตะลุงอีสาน ฝีมือการแสดงประกอบหมอลำของเด็กๆ คณะเพชรอีสาน



ส่วน อาทิตย์ มีการอ่านนิทาน 3 ดี ประกอบการแสดง 3 แบบ โดย น้ำผึ้ง-ณัฐริกา ธรรมปรีดานันท์ พอล-ภัทรพล ศิลปาจารย์ ทราย-อินทิรา เจริญปุระ ละครนิทานยายกับตาปลูกถั่วปลูกงา โดยกลุ่มกะปุ๊กลุก ละครชาตรีเรื่องสังข์ทองจากเด็กๆ บ้านบางแก้ว เพชรบุรี สนุกทั้ง 2 วัน



ขณะ ที่ผู้รักในเสียงดนตรีก็มีบทเพลงสร้างสรรค์จากศิลปินที่ชื่นชอบมาบรรเลงให้ ฟังในบรรยากาศอบอุ่น ล้อมวงฟังเป็นกันเอง ไม่ว่าจะเป็น โฮปแฟมิลี่ พร้อมบทเพลง "ยิ้มของแผ่นดิน" เพลงประจำโครงการพื้นที่นี้..ดีจัง ช่วงเวลาพิเศษ "คิดถึงสองวัย" กับฟุตปาธแฟมิลี่ เตหน่า และมิตร โดยศิลปินจากขุนเขา ชิ สุวิชาน เจี๊ยบ-วรรธนา วีรยะวรรธน เจ้าของบทเพลง "เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม" มากับมินิคอนเสิร์ต "วัน เดือน ปี ดีจัง" อะคูสติก กลางแจ้งลานแพร่งภูธรครั้งแรกของ ธีร์ ไชยเดช และเต็มวงกับ PARADOX



เรียก ได้ว่าเป็นพื้นที่สร้างสรรค์หลากหลายรูปแบบสำหรับคนทุกวัยที่ไม่ควรพลาดด้วย ประการทั้งปวง เสาร์อาทิตย์ที่ 18-19 ธ.ค.นี้ "พื้นที่นี้..ดีจัง" ที่ลานกลางแจ้งแพร่งภูธร ใกล้เสาชิงช้า จอดรถได้ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร



ผู้ สนใจเดินชุมชน เยือนสามแพร่ง กรุณาติดต่อลงทะเบียนล่วงหน้าเพราะรับจำนวนจำกัด หรือสนใจสอบถามรายละเอียดการเดินทางและกำหนดการเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มดินสอสี โทร. 0-2623-2838-9 หรือเฟซบุ๊ก (Facebook) พื้นที่นี้...ดีจัง























ที่มา : หนังสือพิมพ์ข่าวสด

วันพฤหัสบดีที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2553

งาน ช้อป-ชิม-ชม 5ปี สายใยรักแห่งครอบครัว

ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระราชทานโครงการสายใยรักแห่งครอบครัว และด้วยพระปณิธานอันมุ่งมั่นในการสานต่อโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรม โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร นับตั้งแต่เกิด “โครงการสายใยรักจากแม่...สู่ลูก” เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. พ.ศ. 2548 เป็นต้นมา และได้พัฒนาสู่ “โครงการสายใยรักแห่งครอบครัว”

เนื่องในวโรกาสคล้ายวันประสูติ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระ องค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ และครบ 5 ปีของการก่อตั้ง โครงการสายใยรักแห่งครอบครัว ในวันที่ 9 ธ.ค. พ.ศ. 2553 กระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับ 10 ภาคีเครือข่าย จัดงาน “5 ปีสายใยรักแห่งครอบครัว” ระหว่างวันที่ 7-12 ธ.ค. ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ฮอลล์ 7-8
เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ และพระเจ้าหลานเธอ พระ องค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ

งาน “5 ปีสายใยรักแห่งครอบครัว” จัดขึ้นภายใต้แนวคิดสร้างความรัก :เริ่มต้นจากนมแม่ การเลี้ยงลูกอย่างถูกวิธี และความเข้าใจซึ่งกันในครอบครัว, ด้วยการเรียนรู้ : การเรียนรู้ตลอดชีวิต ทรัพย์ปัญญา, พัฒนาความเป็นอยู่ : พัฒนาอาชีพตามหลัก เศรษฐกิจพอเพียง สร้างสุขภาพ สุขอนามัยในครัวเรือน และสิ่งแวดล้อมในชุมชน, สู่ครอบครัวอบอุ่น เข้มแข็งอย่างยั่งยืน : สถาบันครอบครัวเข้มแข็ง ชุมชนเข้มแข็ง เมืองเข้มแข็ง ประเทศชาติเจริญ

สำหรับกิจกรรมและรูปแบบการจัดงาน ประกอบด้วย
“ช้อป” ตลาดนัดสายใยรักแห่งครอบครัว ร้านจากพันธมิตรโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวและร้านค้ากลุ่มแม่บ้านที่ประสบ ภัย (น้ำท่วม) กว่า 500 ร้านค้า,
“ชิม” ครัวสายใยรักแห่งครอบครัว พบกับหลากหลายเมนูอร่อยจากทั่วประเทศที่นำมาให้ลิ้มลองชิมรสกันอย่างจุใจ และ
“ชม” นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ, นิทรรศการแสดงผลงานโครงการสายใยรักแห่งครอบครัว, นิทรรศการวงจรแห่งชีวิต พลังแห่งสายใยรัก, ตลาดพื้นบ้าน, กิจกรรมสาระและความบันเทิงครบครัน เป็นต้น.

--------------

ผมแวะไปดูมา งานน่าสนใจ มีการแสดงเวที ดนตรี วัฒนธรรมแต่ละภาค
ตลาดพื้นบ้านบรรยากาศย้อนยุคเหมือนกับไปอยู่ในต่างจังหวัด
อาหารมากมาย ของน่าใช้ไม่น้อย ไปเดินงานรถแล้วอย่าลืมแวะมาอีกฝั่ง

ข้าง ๆ มีงานเทศกาล ให้หนังสือเป็นของขวัญ ครั้งที่ 1 และ งานของขวัญ งานแสดงสินค้าเทศกาล ต้อนรับปีใหม่ 2554 ของขายเยอะมาก ๆ
คิดว่าถ้าว่างจะไปเดินดูอีกสักวัน

งานพรรณไม้งามอร่ามสวนหลวง ร.9 ปี 2553

ททท. ร่วมกับ มูลนิธิสวนหลวง ร.9 กำหนดจัด “งานพรรณไม้งามอร่ามสวนหลวง ร.9″ ครั้งที่ 23
ระหว่างวันพุธที่ 1 – วันอาทิตย์ที่ 12 ธันวาคม 2553
เวลา 8.00 – 19.00 น.

จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวโรกาสวันเฉลิม พระชนพรรษา ภายในงานจัดให้มีการแสดงไม้ดอกไม้ประดับหลากหลายสายพันธุ์ นิทรรศการประวัติสวนหลวง ร.9 นิทรรศการศิลปะประดิษฐ์ เช่น พวงมาลัย ภาชนะที่สานด้วยใบตองกระทง จำหน่ายต้นไม้และอุปกรณ์จัดสวน การแสดงความสามารถของสุนัข การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน 4 ภาค พยากรณ์โชคชะตา สวนสนุก การแสดงดอกไม้ไฟโบราณ จำหน่ายสินค้าของที่ระลึกมูลนิธิฯ ร้านสายใจไทย

ด้านถนนสุขุมวิท 103 (อุดมสุข) เข้าประตู 4 (ดาวเรือง)
บริเวณลานจอดรถประตู 4

* นิทรรศการทางด้านวิทยาศาสตร์ 10 โครงการ
* สวนสนุก, สวนอาหารนานาชาติ
* ร้านจำหน่ายต้นไม้อของสวนหลวง ร.9
* ร้านจำหน่ายอาหาร
* ร้านจำหน่ายสินค้าในเครือสหพัฒนพิบูลย์ จำกัด

อาคารถกลพระเกียรติ

* สอยกัลปพฤกษ์
* ชมบอนสี, บอนไซ, โป๊ยเซียน, ชวนชม, แก้วกาญจนาราเซียน่า ที่ชนะการประกวด
* ชมแปลงดอกไม้นานาพันธ์

ด้านถนนสุขุมวิท 103 (อุดมสุข) เข้าประตู 6 (เฟื่องฟ้า)
บริเวณสนามราษฎร์

* ร้านจำหน่ายต้นไม้และอุปกรณ์จัดสวน
* นิทรรศการต้นไม้ที่ชนะการประกวด
* ศูนย์จำหน่ายอาหาร
* ชมการแสดงดนตรีสตริง, ลูกทุ่ง ของ กทม.

ด้านถนนศรีนครินทร์ หลังพาราไดซ์ พาร์ค เข้าประตู 5 (มณฑารพ)
บริเวณหน้าหอพฤกษศาสตร์

* ร้านจำหน่ายต้นไม้ของสวนหลวง ร.9
* นิทรรศการเรื่อง “วัลยชาตินานาสาระพัน”
* นิทรรศการไม้ดัดวัฒนธรรม
* ศาลาพยากรณ์
* ร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับต้นไม้

บริเวณหน้าอาคารชายชล

* ร้านจำหน่ายสินค้าต่างๆ และสินค้า OTOP
* ร้านจำหน่าย “สมบัติผลัดกันชม”
* ร้านขายของที่ระลึกมูลนิธิฯ
* ร้านอาหาร S & P

บริเวณสวนเชิงผา

* ชมดนตรีสตริง, ลูกทุ่ง ของ กทม.

บริเวณเกาะ 3

* ชมการแสดงดนตรี 4 เหล่าทัพ
* การจัดสวนหย่อม โดยภาครัฐและเอกชน
* การจัดสวนหย่อม โดยเยาวชน
* ศูนย์จำหน่ายอาหาร

บริเวณอุทยานมหาราช และหอรัชมงคล

* ชมนิทรรศการ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับการสื่อสาร”
* ชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ของ กปร. เรื่อง “ตามรอยพระราชดำริ : สู่ประโยชน์สุข”
* การแสดงกลางแจ้ง
* ชมแปลงดอกไม้นานาพันธุ์
* ชมน้ำพุดนตรี

บริเวณสวนรมณีย์ และศาลาพุฒ-จันทน์

* กิจกรรมการสาธิตหัตถกรรมพื้นบ้าน นำเสนอในรูปแบบของการสาธิตหัตถกรรมพื้นบ้านที่มีชื่อเสียงของกรุงเทพมหานคร พร้อมการก่อสร้างและตกแต่งบรรยากาศแบบย้อนยุค โดยมีกิจกรรมสาธิตต่างๆ อาทิเช่น นวดแพทย์แผนไทย บุหงา เครื่องหอม สาธิตการเข้าตัวเรือนแหวนไข่มุก เจียระไนพลอย การทำผลิตภัณฑ์จากกะลา ผลิตภัณฑ์กระเป๋าหนังต่อ ผัก ผลไม้ ประดิษฐ์ ผลิตภัณฑ์กระเป๋าสายเกลียว ผลิตภัณฑ์กรอบรูปจิ๊กซอว์ การเพ้นท์ผ้าลายไทย การทำผ้าไหมปัก ดอกไม้ประดิษฐ์จากผ้า ผลิตภัณฑ์จากเศษไม้สักทอง ผลิตภัณฑ์จากผักตบชวา ผลิตภัณฑ์จากผ้า ร่มกระดาษ บ้านทรงไทยจำลอง ดอกไม้ประดิษฐ์จากกระดาษสา กาแฟโบราณ โรตีมะตะบะ
* กิจกรรมตลาดน้ำ จำลองบรรยากาศวิถีชีวิตริมฝั่งแม่น้ำ ในรูปแบบการค้าขายสินค้าต่างๆ อาทิเช่น ผลไม้ดอง แช่อิ่ม มะม่วงน้ำปลาหวาน ข้าวเหนียวมูล 5 สี ขนมเบื้องโบราณ ส้มตำผลไม้ ขนมจีน น้ำพริก น้ำยา ข้าวมันไก่ หมี่กรอบ ข้าวเกรียบว่าว ขนมลูกชุบ ขนมไทย ขนมจีบ ทอดมัน ยำแหนมสด เฉาก๊วยโบราณ
* การแสดงเพลงพื้นบ้าน อาทิ เพลงเรือ เพลงอีแซว เพลงฉ่อย เพลงพวงมาลัย เพลงเกี่ยวข้าว ลำตัด
* การแสดงทางวัฒนธรรม อาทิ การแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ การแสดงลิเก การแสดงละครนอก การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน เป็นต้น
* การละเล่นพื้นบ้านแบบไทย (ทางบก/ทางน้ำ) ดังนี้
การละเล่นทางบก ได้แก่ มวยตับจาก ปิดตาตีหม้อ ปีนเสาน้ำมัน ตักน้ำใส่กระโหลก
การละเล่นทางน้ำ ได้แก่ มวยทะเล พายกะละมัง พายเรือหัวใบ้-ท้ายบอด ชักกะเย่อเรือ

กิจกรรมพิเศษ
วันที่ 1, 4, 5, 12 ธันวาคม 2553

วันพุธที่ 1 ธันวาคม 2553 เวลา 9.00 น.
งานทำบุญเลี้ยงพระ, มอบรางวัลผู้ชนะการประกวดไม้ใบ ไม้ดอก ไม้ประดับ

วันเสาร์ที่ 4 ธันวาคม 2553 เวลา 5.00 น.
งาน “สวนหลวง ร.9 เดิน-วิ่งเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” บริเวณหน้าหอรัชมงคล

วันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม 2553 เวลา 17.30 -19.00 น.
ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมประยุกต์ผสมผสานการแสดงนาฎศิลป์ไทย 4 ภาค เวลา 19.29 น. จุดเทียนถวายพระพรพร้อมกันทั่วประเทศ บริเวณหน้าหอรัชมงคล และชมพลุเฉลิมพระเกียรติและพลุประกอบดนตรี

วันอาทิตย์ที่ 12 ธันวาคม 2553
จุดพลุปิดงาน บริเวณตระพังแก้ว

กิจกรรมวันหยุด
วันที่ 4, 5, 6, 10, 11, 12 ธันวาคม 2553

* ชมตลาดโบราณ, กิจกรรมหมู่บ้านวัฒธรรม 4 ภาค และโคมไฟเฉลิมพระเกียรติ บริเวณสวนรมณีย์
* ชมนิทรรศการช่าง 10 หมู่ อาคารชายชล

การเดินทางโดยรถประจำทาง

* เส้น ศรีนคริทร์ สาย 145, 207 ลงหน้าห้างพาราไดซ์ พาร์ค (เสรีเซ็นเตอร์เก่า) แล้วต่อมอเตอร์ไซด์เข้าสวนหลวง
* เส้น เฉลิมพระเกียรติ 11, 206 ผ่านหน้าสวนหลวง ร.9
* เส้น สุขุมวิท ทุกสายที่ผ่านแยกอุดมสุข แล้วต่อรถเมล์แดง (ที่วิ่งถึง สวนหลวง ร.9) ที่ปากซอยอุดสุข

EOS 7D Firmware Update Version 1.2.3

EOS 7D Firmware Update Version 1.2.3

Firmware changes

Firmware version 1.2.3 incorporates the following fixes.

1. Fixes a phenomenon in which the settings of the Speedlite Transmitter ST-E2 revert to the default settings when both the camera and the ST-E2 are set to auto power off.
2. Fixes a phenomenon in which the Macro Ring Lite (MR-14EX, MT24-EX) and slave flashes do not sync while shooting wirelessly.

Firmware version 1.2.3 is for cameras with firmware up to Version 1.2.2. If the camera's firmware is already Version 1.2.3, it is not necessary to update the firmware.





http://web.canon.jp/imaging/eosd/fir.../firmware.html

วันจันทร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

วิธี ยืดอายุการใช้แบตกล้อง ให้ใช้งานได้นานขึ้น

วิธีการดูแลรักษาแบตเตอรี่กล้อง ให้ใช้ได้นานถึง ห้าปี ตอนที่ 1 / 3


ความ จริงผมตั้งใจจะเขียนบทความนี้มานานแล้วครับ แต่ก็รอให้ถึงเวลาที่เหมาะสมก่อน ซึ่งก็คือหลังช่วงเทศกาลวันหยุดยาวที่เพิ่งผ่านพ้นไปนี่เอง เพราะผมจะพูดถึงวิธีการดูแลเก็บรักษาแบตเตอรี่ให้มันอยู่ทนใช้ได้นานๆ หลายๆท่านไปเที่ยวช่วงปีใหม่กลับมาแล้วเพิ่งจะเก็บกล้องเข้าตู้ไป เราลองมาดูกันว่า คุณเก็บอย่างถูกวิธีหรือเปล่า บทความนี้จะยาวหน่อยนะครับจึงต้องแบ่งออกเป็นสามตอน แต่ถ้าคุณติดตามอ่านจนครบแล้วนำไปปฏิบัติตามอย่างจริงจังแล้วละก็ รับรองได้เลยว่าแบตเตอรี่กล้องของคุณจะใช้ได้นานห้าปีขึ้นไปอย่างสบายๆครับ ก่อนอื่นขอเน้นให้ชัดเจนก่อนนะครับ บทความนี้เป็นคำแนะนำในการเก็บรักษาแบตเตอรี่ชนิด ลิเธี่ยมไออ้อนเท่านั้น หากกล้องของคุณใช้ถ่านชาร์จแบบ NiMh ละก็ต้องขอบอกว่าการดูแลรักษาจะแตกต่างออกไปจากนี้ ขอให้ติดตามในฉบับต่อๆไปนะครับ เริ่มกันเลยดีกว่า จากการศึกษาค้นคว้าเรื่องอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ลิเธี่ยมไออ้อนที่ใช้ใน กล้อง ทำให้เราพบว่า สิ่งที่มีผลกระทบกับอายุของแบตเตอรี่กล้องมากที่สุดคือการเก็บรักษา ความจริงคือคนส่วนมากไม่ได้ใช้กล้องทุกวัน ตามสถิติแล้วคนทั่วไปจะใช้กล้องเพียงปีละไม่กี่ครั้ง อย่างมากก็ไม่เกินสิบครั้งในหนึ่งปี ใช้งานนี่คือใช้จริงๆนะครับ ไม่นับการเอากล้องออกมากดเล่นนิดหน่อยๆแล้วก็เก็บ แบตเตอรี่จึงอยู่ในสภาพที่ถูกเก็บไว้เฉยๆ มากกว่าใช้งาน ซึ่งแตกต่างจากแบตเตอรี่ในมือถือที่ถูกใช้งานทุกวัน หลายๆคนเข้าใจผิดว่าแบตเตอรี่เก็บไว้เฉยๆไม่น่าเสื่อม อันนี้ผิดครับ แบตลิเธี่ยมไออ้อน แม้จะไม่ได้ใช้งานเลยเก็บอย่างเดียวก็เสื่อมลงได้ครับ และการเก็บที่ไม่ถูกวิธี จะทำให้อัตราการเสื่อมเร็วกว่าการเก็บอย่างถูกวิธีหลายสิบเท่า! สิ่งที่มีผลกระทบกับอายุแบตเตอรี่ลิเธี่ยม ไออ้อนในการเก็บรักษามากที่สุด คือ 1) สภาพไฟในการเก็บ 2) อุณหภูมิที่เก็บ ข้อแรก: สภาพไฟในการเก็บ ทฤษฎีกล่าวไว้ว่า หากจะเก็บลิเธี่ยมไออ้อนให้มีอายุนาน สภาพไฟที่เหมาะสมที่สุด ให้มีไฟอยู่ที่ 40% หรือหากวัดไฟที่ขั้วเซลล์ ให้ได้ประมาณ 3.75-3.80 โวลต์ ถือว่าเป็นสภาพที่เหมาะสม ไม่ควรเก็บในสภาพไฟเต็ม และ ห้าม เก็บในสภาพไฟหมด (โปรดสังเกตว่าผมใช้คำว่า ไม่ควร และ ห้าม) การที่เก็บแบตเตอรี่ในสภาพไฟเต็ม เคมีภายในจะ อยู่ในสภาพ active มาก แบตเตอรี่จะเสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ควร แต่เก็บในสภาพไฟหมดก็ยิ่งแย่กว่า เพราะเก็บไว้นานๆ แบตเตอรี่จะตาย ชาร์จไฟไม่เข้าอีกเลย โยนทิ้งซื้อใหม่ได้เลยครับ ข้อหลังนี้ผมทราบว่าคนใช้กล้องส่วนใหญ่ก็ชอบทำกันแบบนี้เป๊ะเลยครับ คือไปเที่ยวถ่ายรูปกันจนแบตหมด กลับบ้านมาก็โยนกล้องเข้าตู้ไป อีกหลายเดือนต่อมาจะเอากล้องมาใช้ ปรากฎว่า แบตเตอรี่ชาร์จไม่เข้าซะแล้ว นี่แหละครับ แบตเตอรี่ตาย เพราะเก็บในสภาพไฟหมดเป็นเวลานานเกินไป


วิธีการดูแลรักษาแบตเตอรี่กล้อง ให้ใช้ได้นานถึง ห้าปี ตอนที่ 2 / 3


สัปดาห์ ที่แล้วผมพูดถึงการดูแลรักษาแบตเตอรี่กล้องแบบลิเธี่ยมไออ้อนยังไม่จบ เรามาต่อกันเลยครับ ในเมื่อสภาพไฟในการเก็บมีผล แบตเต็มก็ทำให้เสื่อมเร็ว แบตหมดก็ทำให้มันเสียไปเลย แนะนำว่า ให้เดินทางสายกลางสิครับ และตามทฤษฎีก็ระบุไว้ว่า สภาพไฟที่เหมาะสมในการเก็บคือให้มีไฟราวๆ 40% ถ้าทำตามทฤษฎีเป๊ะๆเลย คุณต้องมีมิเตอร์วัดไฟ จิ้มที่ขั้วบวก(+)ลบ(-) ของแบตเตอรี่ หากเป็นแบตที่ระบุคุณสมบัติบนฉลากว่า 3.6 หรือ 3.7V ให้วัดไฟที่ขั้วได้ประมาณ 3.75-3.80V ถือว่ามีไฟ 40% เก็บได้เลย แต่หากฉลากระบุว่าเป็นแบตเตอรี่ 7.2 หรือ 7.4V ก็ให้วัดไฟออกมาได้ประมาณ 7.5-7.6V เท่ากับ 40% ก็เป็นอันใช้ได้เช่นเดียวกัน หากฟังดูยุ่งยากสำหรับคนทั่วไป อะไรกันนักหนาแค่จะเก็บแบตต้องมาทำให้ไฟเหลือเท่านี้ต้องมีมิเตอร์วัดไฟอีก ผมขอแนะนำว่า เอาง่ายๆสะดวกเราก็พอครับ ให้กะเอา เราใช้กล้องอยู่เราจะรู้ดีว่าตอนนี้ไฟในแบตเหลือประมาณเท่าไหร่ ที่จอกล้องมันจะมีมาตรวัดระดับไฟในแบตแสดงเป็นแบบปล้องๆอยู่แล้ว กะเอาว่าให้ไฟมีประมาณครึ่งหนึ่งก็ถือว่าใกล้เคียง 40% แล้ว ก็เก็บได้เลย จากการค้นคว้าทดลองพบว่า หากคุณเก็บแบตเตอรี่ในสภาพไฟ 40% ที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส เป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม แบตจะเสื่อมไปเพียง 4% แต่หากเก็บในสภาพไฟเต็ม 100% เป็นเวลาหนึ่งปี ที่ 25 องศาเท่ากัน แบตจะเสื่อมไปถึง 20% ต่างกันถึงห้าเท่าตัว! เชื่อหรือยังครับ ว่าสภาพไฟในการเก็บมีผลอย่างมากต่ออายุแบตเตอรี่ ยังมีอีกข้อที่มีผลกับอายุแบต นั่นคือ ข้อสอง: อุณหภูมิในการเก็บ ตามทฤษฎีอีกเช่นกัน แบตลิเธี่ยมไออ้อนไม่ชอบความร้อน ในสภาพแวดล้อมที่ยิ่งร้อน แบตเตอรี่จะยิ่งเสื่อมไวขึ้น ลองมาดูตัวเลขกันนะครับ อุณหภูมิที่เก็บ ระดับการประจุ 40% ระดับการประจุ 100% 0 °C เสื่อม 2% ต่อปี เสื่อม 6% ต่อปี 25 °C เสื่อม 4% ต่อปี เสื่อม 20% ต่อปี 40 °C เสื่อม 15% ต่อปี เสื่อม 35% ต่อปี 60 °C เสื่อม 25% ต่อปี เสื่อม 40% ในสามเดือน *อ้างอิง www.batteryuniversity.com ตารางนี้ทำให้เราเห็นภาพอย่างชัดเจนว่า แม้อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส ซึ่งสำหรับบ้านเราไม่ได้ถือว่าร้อนเลย แต่แบตเตอรี่ก็เสื่อมเร็วขึ้นแล้ว แต่หากเก็บที่ประมาณ 40 องศา อัตราการเสื่อมจะเร็วขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว และที่แย่ที่สุดคือที่ 60 องศาซึ่งถือว่าร้อนมาก แบตเตอรี่จะเสื่อมถึง 40% ภายในเวลาแค่สามเดือนเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่ควรเก็บแบตเตอรี่ในที่ร้อนมากเช่น ในรถที่จอดตากแดดเป็นอันขาด จากในตาราง จะเห็นว่าที่อุณหภูมิ 0 องศา แบตเตอรี่จะเสื่อมช้าที่สุด หากบวกกับการเก็บในสภาพไฟที่เหมาะสมที่ 40% แล้วละก็ แบตเตอรี่จะเสื่อมเพียงปีละ 2% เท่านั้น ถ้าเก็บอย่างนี้ได้จริง ห้าปีแบตก็เสื่อมไปเพียง 10% ยังใช้ได้อีกตั้ง 90% ถือว่าแบตยังใช้งานได้เกือบจะเหมือนก้อนใหม่เลย เอ้า ให้สิบปีเลยก็ได้ แบตเสื่อมไป 20% ก็ยังถือว่ายังอยู่อีก 80% คุณเคยคิดว่า แบตที่คุณใช้อยู่ จะใช้ได้ถึงสิบปีไหมครับ? สิบปี กล้องคุณจะอยู่นานถึงขนาดนั้นหรือเปล่ายังไม่รู้เลย หมดหน้ากระดาษอีกแล้วครับท่าน



วิธีการดูแลรักษาแบตเตอรี่กล้อง ให้ใช้ได้นานถึง ห้าปี ตอนที่ 3 / 3


ใน ตอนที่ 1 และ 2 ผมพูดถึงสิ่งที่ทำร้ายอายุแบตเตอรี่กล้องมากที่สุดสองประการ คือ สภาพไฟในการเก็บ และ อุณหภูมิในการเก็บ พร้อมกับแนะนำว่า การเก็บแบตเตอรี่ที่ถูกต้อง ควรเก็บในอุณหภูมิ 0 องศา ในสภาพไฟ 40% จะทำให้แบตอายุยืนที่สุด ทฤษฎีเราได้ทราบกันไปหมดแล้ว ในสัปดาห์นี้ ผมจะมาแนะนำวิธีง่ายๆที่เราทุกคนสามารถปฏิบัติเพื่อเก็บแบตอย่างถูกวิธีกัน ครับ ในบ้านของเรามีสถานที่ๆอุณหภูมิเย็นใกล้เคียง 0 องศาอยู่แล้ว ก็คือตู้เย็นนั่นเอง คุณสามารถเก็บแบตไว้ในตู้เย็นได้ แต่ต้องเป็นช่องข้างล่าง ไม่ใช่ช่องแช่แข็งนะครับ ในช่องแช่แข็ง อุณหภูมิจะติดลบ เย็นเกินไปเดี๋ยวแบตเตอรี่จะบวมเหมือนกระป๋องเบียร์ที่คุณพ่อบ้านนำไปแช่ไว้ แล้วลืม พอเอาออกมา มันก็บวมฉึ่งเลย ตู้เย็น (ข้างล่าง) ทั่วไปอุณหภูมิจะอยู่ราวๆ 2-5 องศา แม้จะไม่ใช่ 0 องศาแต่ก็นับว่าเย็นเพียงพอครับ แต่อย่าเพิ่งโยนแบตเข้าไปในตู้เย็นตอนนี้เลยนะครับ จะเก็บก็ต้องมีขั้นตอนนิดหน่อย 1) ทำให้แบตเตอรี่มีไฟที่ระดับ 40% หรือกะเอาให้มีไฟประมาณครึ่งหนึ่ง 2) หาถุงพลาสติคมาสองใบ ถุงร้อน ถุงเย็น ถุงก๊อบแก๊บอะไรก็ได้ครับ ขอให้มันไม่รั่วก็พอ 3) หาสารดูดความชื้น ถ้าใครมีซิลิก้าเจล ก็ใช้ได้ ถ้ายังไม่มี ก็ไม่ต้องยุ่งยากอะไรมากครับ หาซื้อขนมพวก โดโซะ ชินมัย หรือ สาหร่ายอบกรอบที่เด็กๆชอบทานกัน ในซองขนมพวกนี้จะมีซองดูดความชื้นอยู่ นั่นแหละ เอามาใช้ได้เลยครับ 4) เอาแบตเตอรี่ใส่ลงไปในถุงพร้อมสารดูดความชื้น รีดอากาศออกให้ถุงแบนๆที่สุด มัดด้วยหนังยาง แล้วซ้อนถุงชั้นที่สอง มัดหนังยางเช่นกันครับ 5) นำไปวางในตู้เย็น เห็นไหมครับว่าไม่ได้ยุ่งยากอะไรเลย การที่ผมให้ใส่ถุงแล้วใส่ซองกันชื้นไว้ด้วย เพื่อตอนที่นำออกมาไงครับ หากคุณนำแบตเตอรี่ไปวางในตู้เย็นเฉยๆ ตอนเอาออกมา ไอน้ำจะเกาะแบตเตอรี่ใช่ไหมครับ ซึ่งมันอาจจะทำให้เกิดสนิมหรืออาจทำให้แผงวงจรภายในแบตมีปัญหาได้ ผมถึงให้ใส่ถุงพร้อมสารดูดความชื้นเอาไว้ เมื่อนำออกมาใช้งาน ก็รอสัก 20 นาทีให้หายเย็นก่อน ค่อยนำออกมาจากถุง แล้วจึงนำไปชาร์จ ใช้งานตามปกติได้เลย อ้อ แถมคำแนะนำอีกนิดว่า ควรนำแบตเตอรี่มาใช้งานบ้างสักหนึ่งครั้งต่อสามถึงหกเดือน แล้วจึงเก็บใหม่ด้วยกระบวนการเดียวกัน ด้วยวิธีเก็บแบบง่ายๆเพียงเท่านี้เองครับ แบตเตอรี่กล้องชนิด ลิเธี่ยมไออ้อน ของคุณก็จะอายุยืน อยู่ยงคงกระพันไปได้อีกนานอีกห้าปี หรือ สิบปี ได้อย่างสบายๆแน่นอนครับ

Credit : www.oskabatt.com